เทคโนโลยี

การแนะนำเครื่องพิมพ์ฉลาก

Wednesday, August 9th, 2017

เครื่องพิมพ์ฉลากมีความสามารถในการพิมพ์ลงบนการ์ดหุ้นฉลากติดด้วยตนเองและวัสดุอื่น ๆ วิธีที่พวกเขาแตกต่างจากเครื่องพิมพ์ปกติคือพวกเขาใช้กลไกฟีดพิเศษเพื่อจัดการกับกระดาษฉีกขาดหรือสต็อกรีด เครื่องพิมพ์ฉลากมีเซ็นเซอร์ขนาดเล็กที่สามารถตรวจจับหยักเจาะหรือเส้นแบ่งระหว่างป้ายกำกับหยักหรือช่องว่างเมื่อใช้สต็อกฉลากแบบต่อเนื่องเพื่อพิมพ์ ซึ่งช่วยให้ตำแหน่งการพิมพ์ไม่ขยับและทำให้มั่นใจได้ว่าพิมพ์จะกระทบพื้นที่เป้าหมายโดยให้เครื่องพิมพ์ฉลากปรับและจัดตำแหน่งให้ถูกต้อง

บางส่วนของแอพพลิเคชั่นที่ใช้เครื่องพิมพ์ฉลาก ได้แก่ เครื่องหมายราคาขายปลีกการจัดการสินทรัพย์ถาวรการจัดการห่วงโซ่อุปทานห้องปฏิบัติการและตัวอย่างเลือดและฉลากการจัดส่ง และสำหรับแอพพลิเคชันเหล่านี้พวกเขาสามารถใช้วัสดุฉลากต่างๆเช่นวัสดุสังเคราะห์โพลิเมอร์และผลิตภัณฑ์กระดาษ

มีเครื่องพิมพ์ฉลากหลัก 2 ประเภทและเครื่องพิมพ์แบบระบายความร้อนและเครื่องพิมพ์ความร้อนโดยตรง

  1. เครื่องพิมพ์ฉลากที่มีการถ่ายเทความร้อนใช้ความร้อนเพื่อถ่ายโอนหมึกบนฉลากจากริบบิ้นเพื่อพิมพ์ถาวรพวกเขาถ่ายโอนภาพลงบนฉลากโดยใช้ริบบิ้นหมึกด้วยฉลากปกติมีผิวด้าน
  2. เครื่องพิมพ์ฉลากความร้อนโดยตรงใช้กระดาษที่มีความร้อนสูงโดยจะพิมพ์ได้นานถึง 12 เดือนก่อนที่จะเริ่มซีดจางการสัมผัสกับไอระเหยของสารเคมีหรือแสงแดดโดยตรงมักเพิ่มความเร็วของการซีดจาง การพิมพ์ฉลากชนิดนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในระยะเวลาสั้นเช่นการพิมพ์ฉลากการจัดส่ง เครื่องพิมพ์ฉลากชนิดนี้พิมพ์ภาพลงบนฉลากโดยใช้หัวพิมพ์ความร้อน

เครื่องพิมพ์ถ่ายเทความร้อนใช้ริบบิ้นสามเกรดซึ่งเป็นเรซินขี้ผึ้งและแว็กซ์ / เรซิ่น ริบบิ้นเรซินมีคุณสมบัติทนสารเคมีทนต่อรอยขีดข่วนและเหมาะสำหรับฉลากเคลือบสังเคราะห์ แว็กซ์ซึ่งเหมาะและเป็นที่นิยมสำหรับฉลากกระดาษกึ่งเงาและเคลือบด้านมีความต้านทานต่อรอยเปื้อนบางอย่าง ริบบิ้นพิมพ์เรซิน / แว็กซ์ริบบิ้นฉลากเหมาะสำหรับฉลากสังเคราะห์กระดาษกึ่งเงาและมีความทนทานต่อรอยเปื้อนมาก

เครื่องพิมพ์ฉลากอุตสาหกรรมมีการใช้งานในโรงงานศูนย์กระจายสินค้าโกดังสินค้าและสถานที่อื่น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องพิมพ์ที่ใช้งานหนักเพื่อการทำงานต่อเนื่อง เครื่องพิมพ์ฉลากบนเดสก์ท็อปมีราคาไม่แพงและเงียบและทำงานได้ดีในธุรกิจที่ใช้งานได้ปานกลาง ม้วนเฉลี่ยของหุ้นมีความกว้างน้อยกว่าห้านิ้ว สำหรับการพิมพ์ขนาดกลางเครื่องพิมพ์ฉลากเชิงพาณิชย์ถือม้วนสต็อกได้ถึงแปดนิ้วกว้าง เครื่องพิมพ์ฉลากพิเศษอีกตัวหนึ่งคือเครื่องอ่าน RFID ซึ่งเข้ารหัสและพิมพ์พร้อมกันบนแท็กหรือเครื่องรับส่งสัญญาณ RFID ที่บรรจุอยู่ในวัสดุสังเคราะห์หรือกระดาษที่พิมพ์ได้ พวกเขาออกแบบโปรแกรมประยุกต์เครื่องพิมพ์ฉลากสินค้าเพื่อทำให้กระบวนการติดฉลากโดยอัตโนมัติและโดยทั่วไปคุณจะพบพวกเขาในคลังสินค้าและโรงงานผลิตที่ต้องการฉลากพาเลทและกรณี

นี่เป็นเพียงการแนะนำง่ายๆสำหรับเครื่องพิมพ์ฉลากประเภทต่างๆและการใช้งานของเครื่องพิมพ์ หากคุณกำลังคิดหาวิธีขอรับข้อมูลเราขอแนะนำให้คุณค้นหาข้อมูลเหล่านี้บนอินเทอร์เน็ตซึ่งคุณจะสามารถรับข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการได้ก่อนทำการตัดสินใจ

จัดทำงานใหม่เอี่ยมได้ด้วยการฝึกฝนแชทบอท

Saturday, July 15th, 2017

เราจะตั้งต้นแลเห็นผู้เล่นรายอื่น ๆ ที่มิใช่หุ้นส่วนเทคโนโลยีเยอะขึ้น ได้แก่ Trim ซึ่งคือแชทบอทตัวหนึ่งที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาเพื่อจะ “เลิกล้ม” บริการของ Comcast ที่อเมริกันชนยกให้ว่าเป็นเยี่ยมในหุ้นส่วนยอดแย่ หรือ Melody แชทบอททางการคุณหมอจากไป่ตู้ ที่ถูกวิวัฒน์ขึ้นสำหรับช่วยเพิ่มความไวในการชี้ขาดโรคคนเจ็บให้กับคณะพยาบาล

สร้างงานใหม่เอี่ยมให้บุคคล นั่นเป็นงานด้านการฝึกฝนแชทบอท มีรายงานจาก TheNextWeb ที่บ่งชี้ว่า ในปี 2025 คนจะมีงานใหม่ให้ทำกัน นั่นก็เป็นการเป็นครูฝึกอบรมสั่งสอนแชทบอท หุ่นสมองกล พร้อมทั้งระบบโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจเป็นงานที่ต้องการแรงงานคนถึง 12.7 ล้านอัตราเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านี้ หุ้นส่วนศึกษาวิจัยการ์ทเนอร์ ยังได้คาดคะเนเอาไว้ว่า ในปี 2017 งานด้านบริการผู้ซื้อ จะถูกโอนไปให้แชทบอททำงานเพิ่ม โดยหลงเหลือไว้เพียง 1 ใน 3 ของจำนวนรวมงานเดิมที่ปรารถนาบุคลากรมนุษย์เข้าดำเนินการให้

เทรนด์ดังที่กล่าวมาแล้วมักประสานกับความประพฤติของคนรุ่นหลังที่เชี่ยวชาญแชทถามกันมากกว่าจะต่อโทรศัพท์คุย เพราะฉะนั้นจึงมิแปลกถ้าเด็กแบบใหม่จะนิยมแชทเข้าร้องทุกข์กับใครสักคน ให้ได้ทราบความทุกข์ร้อนของตัวเอง

ถึงอย่างไร การฮิตของแชทบอทในภาคธุรกิจการค้าอย่างมากมายทั้งภายในงานด้านบริการผู้ซื้อ การค้า ของซื้อของขาย เสิร์ชเอนจิน ฯลฯ นั้น ก็อาจทำเอาเกิดข้อสงสัยซ้ำตามมา นั่นก็หมายถึง อุปสรรคด้านสวัสดิภาพ เพราะด้วยในเวลาที่ลูกค้าคลายกังวลในแชทบอทว่าคงไม่โกงและทำการแจ้งข่าวคราวบัตรเครดิตสำหรับทำการซื้อขายของซื้อของขายนั้น อาจตกเป็นเป้าของแฮกเกอร์ในการยื้อข่าวเหล่านั้นไปใช้ ไม่ก็นำพาไปสู่การสร้างอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตอื่น ๆ ได้มานั่นเอง

ปั๊มสุญญากาศ Vacuum Pump มีกรรมวิธีการใช้งานเช่นใดถึงเป็นการสมควร

Sunday, June 25th, 2017

สำหรับวันนี้เราจึงจะมาชี้แนะสำหรับการใช้งานด้านต่างๆ ของปั๊มสูญญากาศ vacuum pumpและแต่ละประเภทจะเหมาะสมกับหน้าที่กับงานอุตสาหกรรมด้านไหนได้บ้าง มาเริ่มกันเลย Mechanical Booster pump ซึ่งจะเหมาะสมกับการดูแลรักษาความร้อน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อุปกรณ์ไฟฟ้า สารเคมี พลังงานนิวเคลียร์ Oil – Sealed Rotary vacuum pump ซึ่งจะเหมาะสมมากกับงานด้านการอุตสาหกรรมพร้อมทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ดูแลความร้อน อุตสาหกรรมไฟฟ้า และอุตสาหกรรมสำหรับอาหารบรรจุภัณฑ์ ด้านPlastic

Dry vacuum pumpซึ่งตัวนี้ก็จะเหมาะกับการค้นคว้า วิเคราะห์ และการขยายด้านนานา และหลังสุด Water – Ring vacuum pumpตัวนี้จะเหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สารเคมี Phamaceutical เครื่องกินพร้อมทั้งสุญญากาศบรรจุภัณฑ์ กระดาษ กับอุตสาหกรรมสิ่งทอ สำหรับความเหมาะสมของปั๊มสูญญากาศและการใช้งานด้านนานา กันแล้วก็ดูกันตามข้างต้นของเรื่องราวนี้ได้เลย ก็หวังว่าเรียงความนี้จะได้มีค่าไปในทางที่ดีและเหมาะสมต่อการคัดใช้แต่ละชนิดของทุกท่านได้ หรือหากว่าให้ความสนใจสั่งซื้อสินค้ากันแล้วล่ะก็อาจจะเกาะติดดูรายละเอียดปลีกย่อยกันได้ที่เว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ตทั่วโลกได้เลย

  1. เป็นโรงงานอย่างใด หรือเป็นบ้าน เพื่อได้เข้าใจประเภทของปั้มหรือเครื่องไม้เครื่องมือที่จะเอามาสูบอากาศได้

หากว่าเป็นบ้านที่เป็นกระแสไฟฟ้า (220) ก็ใช้ได้แต่ ปั้ม vacuum ตัวเล็กๆที่ช่างซ่อมแซมเครื่องปรับอากาศชอบใช้ แถวคลองถมก็มีเคยสังเกตอยู่ หรือไม่ก็ ปั้มลมทั่วไปแล้วต่อพลิกแบบ แต่ต้องพยายามค่อยๆดู Vacuum pressure guage ด้านดูดให้ดี เพราะรู้ว่า มันไม่ได้ดีไซน์ให้ดูดกับระบบปิด

  1. แต่ละแบบตามข้างต้นมีทักษะต่างกัน

– แบบ ปั้ม vacuum ตัวเล็กๆที่ช่างซ่อมแอร์คอนดิชันชอบใช้ ตัวนี้ทำได้ลึกเล็กน้อยที่สุด ควรทำลึกไม่มากนัก มิค่อยมั่นอกมั่นใจเรื่องตัวเลข

 

ซ่อมคอนกรีตหมูอย่างที่คาดหวังก่อนริเริ่มปฏิบัติงาน

Sunday, June 18th, 2017

การซ่อมคอนกรีต ฉาบผิวคอนกรีต ด้วยวัสดุ Polyurethane สำหรับเมื่อผสมผสมทั้งสามส่วนจะได้ “วัสดุเคลือบ พื้นโพลียูรีเทน” ที่มีสรรพคุณ รองแรงกระแทก การเสียดสี การเดินทาง ฟอร์คลิฟท์ พร้อมทั้งคงทนต่ออุณหภูมิ ร้อนได้ +140˚C และอุณหภูมิเย็นได้ -40˚C นอกจากนี้ ยังอาจจะผสม Silver Nano เพื่อใช้เป็นวัสดุฉาบพื้นชนิดพิเศษที่มีศักยภาพในการ ปกปักรักษาเชื้อแบคทีเรีย เพื่อที่จะทำเป็น “พื้นปกป้องรักษาแบคทีเรีย ”

พื้น Anti-Static  เป็น พื้น Epoxy ชนิดพิเศษ ค่าการรับมือกระแสไฟของพื้น Anti-Static จะอยู่ที่ 106-108 โอห์ม มีสรรพคุณ ในการต้านกระแสไฟฟ้าสิงสถิต โดยจะทำหน้าที่นำกระแสไฟ สิงสถิตเคลื่อนที่ผ่านลงไปสู่สายดิน รับมือมิให้กระแสไฟฟ้าสถิตที่มีอยู่ข้างในร่างกายผู้ที่ปฏิบัติการ หรือไม่ก็ในภาวะแวดล้อมงานการ ไปทำเอาเกิดการจุดระเบิดกับเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ พื้น Anti-Static ซึ่งเหมาะสมอย่างมากในการตั้งกับ พื้นโรงงาน Electronic, พื้นโรงงานผลิต แผงวงจรกระแสไฟ ไม่ก็แม้แต่พื้นโรงงานผลิต พื้นห้องคลีนรูม ที่จำกัดจำนวนขี้ฝุ่น

อาจจะใช้กับการงานหุ้มทนเคมีสูงได้ เพราะแนวที่นิยมในการใช้งานคือ แทงค์,พื้นดิน, ฝาผนัง, บ่อรักษานํ้าเสีย, บริเวณผสมสารเคมี, บริเวณเติมนํ้ามันกลั่นแบตเตอรี่ และในโรงงานเกิด สารเคมี โดยใช้พร้อมกันกับ เส้นใยเส้นใยกลาสไม่ก็เครื่องมืออื่นๆสำหรับส่งเสริมความคงทนถาวรอีกชั้นหนึ่ง

ชิ้นงานกันซึม คือระบบระแวดระวังการรั่วซึมสำหรับบริเวณประทุนดาดฟ้ารวมถึงบริเวณชั้นใต้ดินของตึกบ้านพร้อมด้วยโรงงานโดยใช้วัสดุกันซึมประเภทมากมายจัดตั้งบนบริเวณที่พึงปรารถนาปกปักรักษาการรั่วซึมข้างหน้าหรือแม้แต่เมื่อเกิดอุปสรรคนํ้ารั่วไหลซึมในปัจจุบันที่ต้องการบูรณะปรับปรุงให้หมดข้อสงสัยความดูแลการรั่วซึมจะช่วยขัดขวางความเสียหายอันเกิดขึ้นกับองค์ประกอบคอนกรีตหลากหลายลดการแตกกันของพื้นคอนกรีตอาจเป็นผลให้บ้านทรุดเพราะการสั้นเข้าไม่ก็พองตัวของคอนกรีตพร้อมกับยังสนับสนุนทำเอาอายุใช้งานทนนาน กว่าทุกที

ประตูอัตโนมัติที่มียิ่งกว่าหน้าที่อย่างไรก็ดีประกอบด้วยวงจรซ่อนอยู่

Saturday, June 3rd, 2017

ประตูอัตโนมัติ  Autodoor สามารถตรวจจับคนที่กำลังเดินเข้าใกล้ เพื่อควบคุมทางเข้าออกให้เปิดออก โดยรวมจะใช้เซนเซอร์แบบ Microwave sensor ซึ่งเซนเซอร์ดังกล่าวจะถูกตั้งไว้ที่ด้านบนของประตูกระจกเลื่อนอัตโนมัติ Autodoor  โดยแต่ละรุ่น แต่ละ ตราจะมีระยะทาง การตรวจ และมุมตรวจจับที่ผิดแผกแตกต่างกันไป พร้อมทั้งสามารถกระจายมุมตรวจค้นได้สำหรับเซนเซอร์ดูแลประตูอัตโนมัติ ปิด ครั้นยังอยู่ในช่องประตู จะใช้ เซนเซอร์รังสีความร้อน ติดตั้งอยู่ใน เฟรมวงกบ อลูมินัม

ดังนี้การคัดใช้ sensor สำหรับการเปิดปิด ในแต่ละที่ ขึ้นอยู่กับความปรารถนาใช้งาน ซึ่งแต่ละพื้นที่อาจจะแตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น อยากให้มนุษย์ที่มีสิทธิ์ หรือไม่ก็ เจ้าหน้าที่ ผ่านได้เฉพาะ ก็อาจจะใช้เป็น finger Scan ไม่ก็ card reader แทนการใช้ Microwave sensor ที่ติดตั้งอยู่ข้างบน

กลไกสำหรับการบังคับการเปิด ปิด บานประตูอัตโนมัติ จักมีการบังคับการจะโดนบังคับมาจาก sensor บอกเปิด ซึ่งมีการเกี่ยวต่อกับ ชุดสั่งงานบานประตูเลื่อนโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะถูกสั่งการไปยัง มอเตอร์ที่ดูแลการจัดการอีกทอดหนึ่ง เมื่อมอเตอร์สำหรับเปิดทางเข้าออกดำเนินงาน จะดึงประตูเลื่อนโดยอัตโนมัติ ให้เปิดออก ตัดผ่านสายพาน ที่ติดตั้งเกาะไว้กับลูกล้อของบานประตูกระจก สายพานจะเคลื่อนดึงบานประตูอัตโมมัติ ให้ไหลลื่นผ่านราง มาสู่ที่เปิดสุด ซึ่งจะมีตัว stopper จัดตั้งไว้ โดยที่ประตูอัตโนมัติ จะจำใส่ใจตำแหน่งของ stopper ที่ได้จากการ detect เมื่อตอนเริ่มแรกการทำงาน ครั้งแรก หรือไม่ก็เมื่อมีการเปลี่ยนตำแหน่ง stopper

เรื่องราวภูมิหลังก่อนจะมาเป็นห้องเย็นในตอนนี้

Tuesday, May 23rd, 2017

บริษัท ริว่าโคลด์ (นอร์ธเธิร์น) จำกัด ได้ตั้งต้นริเริ่มตั้งขึ้นเมื่อปี พุทธศก 2547 โดยกลุ่มคณะทำงานผู้มีความช่ำชองทางด้านความเย็นมาไม่ใช่หยอกกว่า 30 ปีถึง ณ สมัยปัจจุบัน ซึ่งหมายมุ่งในการจำหน่าย, รับติดตั้ง พร้อมทั้งงานบริการแบบครบวงจรทางด้านเครื่องมือทำความเย็น, เครื่องมือทำความร้อน ฝาผนังห้องเย็นรวมทั้งฉนวนดูแลรักษาความร้อนและความเย็นต่างๆ พร้อมทั้งงานบริการเครื่องทำความเย็นฉ่ำแบบนานา เพื่อผู้ซื้อที่ทั่วถึงทั่วตอนเหนือ และในปัจจุบันได้ถ้วนทั่วไปทั่วประเทศ โดยได้ความไว้ใจจากลูกค้าด้วยดีและเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี 

รับเหมาปลูกสร้างห้องเย็นตามความต้องการพร้อมทั้งงบของผู้ซื้อทุกสัดส่วนทั่วเมืองไทยรับความประสงค์ได้ทุกแบบที่เกี่ยวเนื่องกับระบบทำความเย็น ตัวอย่างเช่น Chiller Room, Freezer Room, Air-Blast Freezer Room, Cutting Room, Process Roomให้บริการดีไซน์ ให้บริการออกแบบห้องเก็บสินค้าแช่เย็น ห้องเก็บของซื้อของขายแช่แข็ง ห้องหับคลีนรูม ระบบคุมอุณหภูมิ ระบบเพิ่ม-ลดความชื้นรวมถึงระบบงานเฉพาะเจาะจงต่างๆ ตามงบประมาณพร้อมทั้งความประสงค์ของผู้ใช้ให้ข้อเสนอแนะ

เราให้ข้อคิดเห็นเพื่อทุกความต้องการของ ผู้ซื้อไม่ว่าจะเป็นการทำห้องเย็นใหม่ซ่อมแซม ห้องเย็นแต่ก่อน กำหนดแผนการระบบการผลิตพร้อมทั้งแปรรูปสินค้า การขอประกันกฏเกณฑ์ GMP, HACCPบริการแก้ไขระบบกระทำการความเย็น เราให้บริการแก้ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์เพราะด้วยระบบทำความเย็นฉ่ำทุกชนิด ด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญการและประสบการณ์สูง และจำหน่ายส่วนเครื่องจักรกลที่เกี่ยวเนื่องกับระบบทำความเย็นทั้งหมด

เหตุด้วยการสร้างอย่างมิหยุดทุเลาเพื่อจะทำเอาลูกค้านั้นได้สิ่งของที่ทรงคุณภาพ จึงแน่ใจได้ว่าขบวนการต่างๆล้วนแต่ถูกขยายมาสำหรับผู้บริโภคเป็นพิเศษ

สนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://www.rivacoldnorthern.com

เทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรม

Friday, February 3rd, 2017

biotechnology

สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม คือ สิ่งมีชีวิตที่องค์ประกอบทางพันธุกรรมถูกดัดแปลงโดยใช้กลวิธีทางพันธุวิศวกรรมที่เรียกว่าเทคโนโลยีการรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอ (DNA Recombinant)ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว โมเลกุลดีเอ็นเอจากต้นกำเนิดต่างๆ กันจะถูกรวมเข้าด้วยกันในหลอดทดลอง แล้วใส่ลงไปในโมเลกุลหนึ่งตัวเพื่อสร้างยีนขึ้นมาใหม่ จากนั้นดีเอ็นเอที่ถูกดัดแปลงก็จะถูกถ่ายลงไปในสิ่งมีชีวิต ทำให้เกิดการแสดงลักษณะที่เกิดขึ้นจากการดัดแปลงที่แปลกใหม่ นิยามของคำว่า GMO ในอดีตถูกใช้เพื่อเรียกสิ่งมีชีวิตที่ถูกตัดแต่งทางพันธุกรรมผ่านการผสมข้ามพันธุ์ที่นิยมปฏิบัติกันทั่วไป หรือการผสมพันธุ์แบบมิวเตเจนีซิส (การให้กำเนิดแบบกลายพันธุ์) เนื่องจากวิธีการเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนการค้นพบเทคนิคการรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอ

หลักการทั่วไปของการผลิต GMO คือการเติมองค์ประกอบทางพันธุกรรมเข้าไปในจีโนมของสิ่งมีชีวิตเพื่อสร้างลักษณะใหม่ขึ้นมา การศึกษาทางด้านพันธุวิศวกรรมทำให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์หลายประการด้วยกันรวมไปถึงการค้นพบดีเอ็นเอและการสร้างแบคทีเรียตัวแรกที่ถูกรีคอมบิแนนท์ใน พ.ศ.2516 เป็นแบคทีเรียอีโคไลที่แสดงยีนแซลมอนเนลลาออกมา ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงกันในแวดวงนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากพันธุวิศวกรรม ซึ่งนำไปสู่การถกประเด็นอย่างละเอียดในการประชุมอสิโลมาร์ที่เมืองแปซิฟิกโกรฟ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา คำแนะนำที่สรุปได้จากการประชุมเสนอว่าให้รัฐบาลทำการเฝ้าสังเกตการวิจัยรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอจนกว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะได้ถูกรับรองว่าปลอดภัย จากนั้นเฮอร์เบิร์ต บอยเออร์ได้ทำการก่อตั้งบริษัทแห่งแรกที่ใช้เทคโนโลยีการรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอ คือบริษัทจีเน็นเทค และใน พ.ศ 2521 ทางบริษัทจึงประกาศถึงการสร้างแบคทีเรียสายพันธุ์อีโคไลที่สามารถผลิตอินซูลินที่เกิดจากโปรตีนในร่างกายมนุษย์ได้

เทคนิคถ่ายภาพโดยเน้นที่ตัวบุคคลและการใช้เอฟเฟกต์เพื่อให้ภาพสวยงามยิ่งขึ้น

Saturday, October 24th, 2015

หากต้องการฉากหลังพร่ามัวและเน้นที่ตัวบุคคล เพื่อให้ภาพถ่ายมีความน่าประทับใจ  ควรจะถ่ายภาพในแนวตั้ง โดยการวางลำตัวของบุคคลให้ขนานกับด้านยาวของภาพจะทำให้ฉากหลังได้รับการจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่เรียบง่ายและชัดเจนได้อย่างง่าย การถ่ายภาพในแนวนอนก็เป็นแนวทางที่ดีหากต้องการให้มีฉากหลังด้วย แต่หากต้องการเน้นเฉพาะตัวบุคคลนั้นจะต้องถ่ายภาพในแนวตั้ง และสิ่งสำคัญก็คือมุมของแสง เพราะสามารถปรับผิวและเส้นผมให้มีความนุ่มนวลได้ด้วยการถ่ายโดยใช้แสงด้านหลัง หากต้องการให้ได้แสงด้านหลังที่สวยงามให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลากลางวันที่แสงแดดจัด และให้ถ่ายในช่วงบ่ายเมื่อแสงแดดอ่อนลง หรือในวันที่มีเมฆหากเป็นไปได้ แต่หากต้องการถ่ายภาพภายใต้แสงแดดจัดให้ลองหาวิธีทีให้แสงอ่อนลง

หากต้องการเพิ่มการตกแต่งที่ไม่เหมือนใครให้กับภาพถ่าย ให้ลองใช้ฟังก์ชันเอฟเฟกต์ภาพที่สามารถถ่ายภาพสไตล์เรโทรหรือภาพงานศิลปะ เช่น ภาพวาด ด้วยการใช้เอฟเฟกต์ภาพได้โดยไม่ต้องรีทัชบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งชนิดของเอฟเฟกต์ที่มีในเอฟเฟกต์ภาพจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรุ่นของกล้อง อย่างเช่น

1.ขาวดำความเปรียบต่างสูง จะช่วยให้ถ่ายภาพขาวดำที่มีความเปรียบต่างสูงได้ราวกับถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำ เหมาะที่สุดสำหรับการถ่ายทอดภาพท้องถนนให้ดูมีพลัง นอกจากนี้ ในสภาวะที่ภาพถ่ายสีดูไม่น่าประทับใจ เช่น ในวันฝนตกหรือมีเมฆ การใช้เอฟเฟกต์นี้จะเนรมิตให้ภาพถ่ายกลายเป็นงานศิลปะได้อีกด้วย

2.ภาพโทนสว่างนุ่มนวล ช่วยให้ถ่ายภาพที่นุ่มนวลและมีสีซีดพร้อมด้วยแสงเงาสีฟ้าเล็กน้อย เอฟเฟกต์นี้จะตกแต่งให้ภาพถ่ายดูสวยงามหรือเหมือนในความฝัน โดยไม่คำนึงถึงวัตถุสีบางส่วน จะสร้างภาพที่รักษาสีที่ต้องการไว้และแปลงสีอื่นๆ ให้กลายเป็นสีขาวดำ ด้วยการใช้เอฟเฟกต์นี้ให้กลายเป็นงานศิลปะอันทันสมัยได้ในทันที นอกจากนี้การใช้เอฟเฟกต์นี้กับดอกไม้หรือสิ่งของเล็กๆ ก็สร้างงานศิลปะที่น่าสนใจได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเอฟเฟกต์อื่นๆ อีกมากมายสำหรับการถ่ายฉากสบายๆ ในชีวิตประจำวัน

ช่างภาพกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพ

Tuesday, October 6th, 2015

ช่างภาพกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพ

ช่างภาพ หรือนักถ่ายภาพ คือ บุคคลที่มีความชำนาญในการถ่ายภาพโดยใช้กล้อง และอาจจัดได้ว่าเป็นศิลปิน เนื่องจากบุคคลเหล่านี้สามารถจัดวางองค์ประกอบที่จะปรากฏในรูปภาพก่อนลงมือถ่าย คล้ายกับวิธีของศิลปินวาดภาพทั่วไป แต่เป็นศิลปินที่วาดภาพด้วยแสง หรือ อาจจะจัดเป็นเพียงแค่ช่างผู้มีความชำนาญเท่านั้น ในความเป็นจริงช่างภาพจำเป็นต้องเข้าใจ “แสง” และ “องค์ประกอบ” จึงจะสามารถถ่ายภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและสวยงามได้ ซึ่งจะเกี่ยวกับทฤษฎีของแสงในฟิสิกส์โดยตรง แต่ช่างภาพนำคุณสมบัติของแสงมาประยุกต์ใช้ให้เป็นศิลปะได้

อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพ ได้แก่

  1. ช่างซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพผู้ที่สนใจอาชีพนี้ นอกจากจะมีความรู้ด้านการถ่ายภาพแล้ว ยังต้องมีการอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพ และต้องติดตามหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา เพราะเครื่องมือและอุปกรณ์ถ่ายภาพมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง
  2. พนักงานขายปลีกเกี่ยวกับเครื่องมือและอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพเนื่องจากการถ่ายภาพเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสนใจ เพราะสามารถที่จะทำเป็นอาชีพ และงานอดิเรกได้ ดังนั้น จึงเกิดร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องและอุปกรณ์อย่างมากมาย ดังนั้น พนักงานขายอุปกรณ์เหล่านี้จะต้องรู้จักสิ่งที่ตนขาย และต้องมีความรู้ทั้งด้านกลไกและระบบการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้นเป็นอย่างดี และต้องติดตามความก้าวหน้าของอุปกรณ์และเครื่องมือที่ออกมาใหม่อย่างสม่ำเสมอ
  3. พนักงานประจำห้องแล็ปถ่ายภาพในการล้างอัดภาพถ่ายจะต้องมีพนักงานเทคนิคที่มีความรู้ควบคุมการทำงานในห้องแล็ป หรือเครื่องมือล้างอัด
  4. เจ้าของร้านอัดภาพดิจิตอลสำหรับอาชีพนี้ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือ งบประมาณที่จะใช้ในการลงทุนทำกิจการ และจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้คือ มีความสนใจ ชอบ เทคโนโลยี ใหม่ ชอบการเรียนรู้ นอกจากนี้จะต้องไม่ยึดติดว่า ร้านอัดภาพ ต้องอัดภาพอย่างเดียว ถ้ามีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงาน หรือรับงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดิจิตอลสามารถ Print ออกมาได้ นั่น คือ กำไรที่มากกว่า ราคาค่าอัดภาพ
  5. เจ้าของกิจการWeb บริการล้างอัดภาพออนไลน์ อาชีพนี้ให้บริการล้างอัดภาพดิจิตอลผ่านเว็บไซต์ ให้ความสะดวกสบาย และการประหยัดค่าใช้จ่ายของลูกค้าเป็นหลัก เป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาที่ร้าน ลูกค้าก็จะได้รับรูปที่อยู่ที่ได้ระบุในการจัดส่งทุกที่ทั่วประเทศภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

การกำหนดค่ารูรับแสง (Aperture Value) ให้เหมาะสมในการถ่ายภาพ

Monday, August 31st, 2015

Picture-1รูรับแสง คือปัจจัยหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมปริมาณแสงที่จะเข้าสู่กล้อง มันถูกติดตั้งอยู่ที่ตัวเลนส์โดยมีลักษณะที่สามารถย่อให้เล็กหรือขยายให้ใหญ่ได้จากการควบคุมของผู้ถ่ายภาพผ่านกลไกการทำงานของกล้องและเลนส์ โดยหน้าที่ของมันคือการควบคุมปริมาณแสงที่จะเดินทางผ่านเลนส์ ยิ่งรูรับแสงมีขนาดใหญ่มากแสงก็จะยิ่งผ่านได้มาก ในทางกลับกันถ้ารูรับแสงมีขนาดที่เล็กลงแสงก็จะเดินทางผ่านเข้าไปได้น้อยด้วย ซึ่งลักษณะในการควบคุมปริมาณแสงนี้จะมีความสำคัญต่อการถ่ายภาพที่ต้องใช้แสงในการบันทึกภาพ หากแสงมีปริมาณน้อยเกินไปภาพก็จะมืด แต่ถ้าแสงมีปริมาณมากเกินไปภาพก็จะสว่าง และสำหรับในกล้องถ่ายภาพยุคปัจจุบันรูรับแสงจะถูกควบคุมด้วยกลไกอัตโนมัติทางอิเล็คทรอนิกส์ ผู้ถ่ายภาพกำหนดค่ารูรับแสงเอาไว้ เมื่อกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพ กล้องจะสั่งบีบรูรับแสงลงมาเฉพาะในเวลาที่ถ่ายภาพเท่านั้น ส่วนในเวลาปกติรูรับแสงจะถูกเปิดเอาไว้ที่ขนาดกว้างสุดของเลนส์ตัวนั้นเสมอ

ซึ่งกล้องส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์บังคับให้แสงผ่านเลนส์มากหรือน้อยโดยใช้แผ่นกลีบโลหะซึ่งติดตั้งอยู่ในตัวเลนส์เป็นการกำหนดปริมาณแสงผ่านเลนส์ได้มากหรือน้อย โดยวิธีเปิดรูเล็กสุด เช่น f/22 และค่อยๆใหญ่ขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งเปิดเต็มที่ เช่น f/1.4 แต่ขนาดเปิดเต็มที่จะขึ้นกับขนาดชิ้นเลนส์ด้วย เลนส์ราคาสูงที่มีเลนส์ชิ้นหน้าขนาดใหญ่จะรับแสงได้มากกว่า ซึ่งหมายถึงเปิดรูรับแสงเต็มที่ได้กว้างกว่า เช่น f/1.2 สำหรับการถ่ายภาพจะเลือกใช้ขนาดรูรับแสงใด โดยทั่วไปจะพิจารณาจากสภาพแสง ถ้าแสงมากมักจะใช้ขนาดรูรับแสงเล็ก เช่น f/11 ถ้าแสงน้อยมักจะใช้ขนาดรูรับแสงใหญ่ เช่น f/2 เป็นต้น

การเลือกใช้หน้ากล้องเท่าใดนั้นจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ถ่ายภาพ หากต้องการให้ภาพชัดทั่วทั้งภาพก็ต้องใช้หน้ากล้องแคบๆ เหมือนกับการถ่ายภาพวิวส์ทิวทัศน์ แต่ในบางครั้งเราไม่สามารถที่จะใช้ขนาดหน้ากล้องที่แคบมากๆได้เพราะสภาพแสงไม่เอื้ออำนวย หากเราลดขนาดหน้ากล้องลงจนแคบมาก แสงก็จะเข้ากล้องได้น้อยเราจึงต้องลดสปีดลง บางครั้งลดลงจนต่ำกว่าความเร็วที่เราถ่ายภาพได้ด้วยมือ ดังนั้นจึงต้องใช้ขาตั้งกล้อง แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าวัตถุที่เราต้องการจะถ่ายจะต้องหยุดนิ่ง ถ้าหากถ่ายต้นไม้ดอกไม้ที่เคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลาเพราะแรงลม ดังนั้นเราจึงต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้น มีผลทำให้ขนาดหน้ากล้องต้องปรับเพิ่มขึ้นตามจนไม่แคบเท่าที่ใจเราต้องการ

เทคนิคและอุปกรณ์เสริม ในการถ่ายเซลฟี่ให้ดูดี

Saturday, July 18th, 2015

การเซลฟี่ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดถ้าอยากให้ภาพที่เราถ่ายออกมาสวยสมใจ บางครั้งกล้องราคาแพงหรือชุดอุปกรณ์สุดหรูก็ช่วยอะไรไม่ได้ หากปราศจากเทคนิคการถ่ายภาพที่ถูกต้อง ดังนั้นเพื่อให้สามารถถ่ายภาพได้สวยยิ่งขึ้นจึงมีเทคนิคการถ่ายภาพสวยๆด้วยกันดังนี้

– เลือกกล้องที่ใช่ เพราะการเซลฟี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่กล้องหน้ามือถือเท่านั้น แต่กล้องหลังที่ชัดกว่าก็ทำได้ และกล้องดิจิตอลโดยเฉพาะก็ทำได้ ซึ่งปัจจุบันมีกล้องดิจิตอลหลายยี่ห้อที่มีคุณสมบัติเด่นแข่งขันกับสมาร์ทโฟน

– ขาเซลฟี่ เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นที่เหมาะกับคนที่ต้องการภาพที่คมชัด โดยขาตั้งกล้องเซลฟี่ก็เหมือนกันขาตั้งกล้องตัวเล็กๆ ที่สามารถตั้งกล้องดิจิตอลหรือหนีบสมาร์ทโฟนได้ แต่การใช้ขาเซลฟี่นั้นจะค่อนข้างเสียเวลาในการจัดเตรียมจึงเหมาะกับการใช้ถ่ายภาพอย่างตั้งใจ เช่น การถ่ายภาพหมู่ แต่ก็เป็นวิธีการที่จะได้ภาพเซลฟี่ที่ได้มุมมองกว้างขวางและคมชัดที่สุด

– การฝึกมุมถ่าย เป็นขั้นตอนแรกของการถ่ายรูปเซลฟี่สวย โดยจะต้องหามุมของตนเองให้เจอ ลองซ้อมมือด้วยการถ่ายเล่นซ้ำหลายๆ ครั้งหลายๆ มุม และอาจใช้มือเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มความน่าสนใจให้กับรูปภาพ โดยปกติแล้วการถ่ายภาพเซลฟี่จะดูดีกว่าเมื่อยกกล้องขึ้นสูงจากระดับสายตาเล็กน้อย และควรหลีกเลี่ยงการจับกล้องให้เลนส์เงยขึ้น เพราะจะทำให้หน้าดูบาน

– การใช้แสง ก็เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ภาพเซลฟี่นั้นเด่นขึ้น โดยเฉพาะแสงไฟในเวลากลางคืน ดังนั้นถ้าอยากได้ภาพเซลฟี่แบบสวยถูกใจก็หันหน้าเข้าหาแสงไว้ก่อน นอกจากแสงที่ให้ความสว่างแก่ใบหน้าของผู้ถ่ายแล้ว แสงยังมีประโยชน์ในเรื่องของความสวยบนดวงตาอีกด้วย

– ใช้ไม้เซลฟี่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ยอดฮิตที่ต้องมีติดตัวไว้เมื่อออกไปเที่ยว ยิ่งไปกันเป็นหมู่คณะแล้วอยากเซลฟี่กับสถานที่สวยๆ ไม้เซลฟี่จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญที่ยืดมุมกล้องออกไปได้ไกลขึ้น วิธีการใช้ไม้เซลฟี่แค่หนีบกล้องที่ปลายไม้ เชื่อมต่อรีโมทเซลฟี่กับกล้องและดึงไม้เพื่อใช้ถ่ายภาพตามระยะที่ต้องการ ที่สำคัญที่สุดจะต้องคำนึงถึงการพับเก็บให้เล็กที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระในการพกพา

ดังนั้น ผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพควรจะทราบถึงเทคนิคต่างๆที่กล่าวมา เพื่อให้การถ่ายเซลฟี่นั้นดูดีและสวยงามมากยิ่งขึ้น

เริ่มต้นถ่ายภาพกันง่ายๆแบบ Landscape

Friday, June 19th, 2015

Zebras-in-Sunset-Beautiful-LAndscape-Photography-Wallpaper
การถ่ายภาพทิวทัศน์ (Landscape) เป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของการถ่ายภาพ ซึ่งในการจะถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ให้ออกมาสวยงามไม่ได้มีเทคนิคอะไรที่ซับซ้อน แต่สำหรับมือใหม่ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งอาจมองได้หลายมุม บ้างว่าต้องแสงสวย บ้างเน้นที่การจัดวางองค์ประกอบของภาพ บางคนว่าต้องมีอารมณ์อยู่ในนั้น บางความเห็นว่าต้องเป็นภาพที่มีความลึก สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ภาพวิวทิวทัศน์ภาพนั้นๆมีคุณค่ามีความหมาย ภาพๆนั้นจะต้องสามารถแสดงความเป็นเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของสถานที่นั้นๆออกมาให้ได้มาที่สุด และเงื่อนไขอันจำเป็นที่จะเอื้อให้เกิดภาพอย่างที่ว่ามานั้นก็ขึ้นอยู่กับเรื่องของเวลา

หลักการถ่ายภาพทิวทัศน์ ควรถ่ายขณะที่ท้องฟ้าแจ่มใสจะได้ภาพสวยงามชัดเจน ถ้าอากาศมืดครึ้มหรือฝนตก ภาพที่ได้จะมีสีทึบ ขาดรายละเอียด ควรต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบที่ช่วยสร้างเรื่องราวให้เกิดขึ้นพยายามเลือก มุมกล้องที่แปลกตา คอยจังหวะให้มีลักษณะแสงสีที่สวยงาม ช่องรับแสงให้แคบเพื่อช่วยให้ภาพมีความคมและชัดลึกตลอด แม้บางครั้งจะต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ สำหรับเลนส์ที่ใช้ในการถ่ายภาพทิวทัศน์ นอกจากเลนส์ธรรมดาติดกล้องแล้ว ควรมีเลนส์มุมกว้าง การถ่ายภาพทิวทัศน์ทั่วไปนั้นคุณต้องการให้องค์ประกอบทั้งหมดในภาพทั้งใกล้และไกล มีความคมชัดพอสมควร ดังนั้นคุณควรใช้รูรับแสงเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการเพิ่มมุมมองภาพเพื่อให้กล้องสามารถถ่ายภาพทิวทัศน์ได้มากที่สุด ดังนั้นให้เลือกใช้เลนส์มุมกว้างที่มีทางยาวโฟกัสสั้นจะได้ภาพถ่ายที่ดีกว่า โดยให้คำนึงถึงความสมดุลของแสง หากคุณใช้รูรับแสงแคบเพื่อเพิ่มระยะชัดลึกของภาพ คุณต้องลดความไวชัตเตอร์ลงเพื่อชดเชย ดังนั้นแนะนำให้คุณใช้ขาตั้งกล้องเพื่อป้องกันการพร่ามัวที่เกิดจากการสั่นไหวของตัวกล้องเมื่อคุณเปิดรับแสงเป็นเวลานาน

องค์ประกอบของการถ่ายภาพ Landscape

1.การต้องใช้แสงต่างๆจะทำให้เกิดอารมณ์ต่างๆในรูปภาพ ในการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์จำเป็นอย่างมากในการเลือกช่วงเวลาถ่าย เพราะแต่ละช่วงเวลาจะให้แสงต่างกัน
2.ต้องหัดใช้ขาตั้งกล้อง แม้วิวจะสวยงามขนาดไหนแต่ถ่ายภาพออกมาไม่ชัดก็ทำให้เสียความรู้สึก หากไม่มั่นใจว่ามือหนึ่งก็ต้องใช้ขาตั้งกล้อง
3.ให้เวลากับสถานที่ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้สำรวจว่าจุดเด่นของสถานที่นั้นอยู่ตรงไหน แสงเข้าทางไหน จะจัดองค์ประกอบอย่างไร
4.ช่องรับแสง โฟกัส ควรใช้ช่องรับแสงกว้าง ระหว่าง f/1.4 – f/4 จะทำให้มีช่วงความชัดเกิดขึ้นน้อย
5.การใช้แฟลช ช่วยทำให้ใบหน้ามีความสว่างขึ้น และใช้ในกรณีถ่ายภาพย้อนแสงได้ด้วย

ใครๆก็สามารถ่ายภาพได้ เพราะอะไรถึงต้องจ้างช่างภาพ

Thursday, May 28th, 2015

หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมถึงต้องจ้างช่างภาพ ในเมื่อคนเราก็สามารถถ่ายภาพเองได้ เพียงแค่มีมือถือ ไอแพด ก็สามารถถ่ายภาพได้แล้ว อีกทั้งกล้องมือถือยังมีความละเอียดคมชัดอีกด้วย แต่หารู้ไม่ว่ากล้องโทรศัพท์ เมื่อถ่ายมาความละเอียดภาพจะค่อนข้างต่ำ เอาภาพไปขยายไม่ได้ มี Noise ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากประสิทธิภาพพอๆ กับกล้องคอมแพคหรือน้อยกว่า เพียงแต่มีลูกเล่นในการแต่งภาพแบบทันใจเท่านั้น และแน่นอนกว่ากล้องมือถือหรือกล้องคอมแพคแทบจะถ่ายในที่แสงน้อยไม่ได้เลย ดังนั้น เมื่อเจอสภาพแสงน้อยก็ไม่ต่างกับกล้องคอมแพค ซึ่งการจ้างช่างภาพนั้นทำให้คุณจะได้ภาพที่สวยที่สุด มีชีวิตชีวาที่สุดในช่วงเวลานั้น เก็บไว้เป็นความทรงจำ และควรแบ่งปันความทรงจำนั้นให้คนรอบข้าง ด้วยการล้างอัดรูปส่งให้ชมกัน นอกจากนี้ยังมีเหตุผลดีๆมากมายหลายข้อ ดังนี้

1.ประสบการณ์ ช่างภาพที่มีประสบการณ์ในการถ่ายภาพ จะทราบดีว่า ควรถ่ายในช่วงไหนที่สำคัญ ลำดับภาพของงานอย่างไร สามารถรับมือกับปัญหาได้ เช่นสถานที่มืดควรถ่ายอย่างไร

2.อุปกรณ์ที่พร้อม ช่างภาพจะมีแบต และเลนส์มากกว่า 1 หรือมีอุปกรณ์ในการถ่ายย้อนแสง รวมทั้งแบตสำรองที่พร้อมมากกว่า 2 ก้อน  นั่นแสดงว่าแบตจะมีพร้อมตลอดเวลาในขณะถ่ายงาน นอกจากนี้ยังมีการ์ดหน่วยความจำที่มากกว่า 1การ์ด ทำให้คุณไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญ

ความพร้อมของช่างภาพ :ช่างภาพจะมักจะมาก่อนงานเริ่มเสมอ และจะถ่ายรันทามได้ตลอดจนจบงาน โดยไม่มีพัก หรือวิ่งเข้าห้องน้ำ เพราะเตรียมพร้อมมาแล้ว จะมุ่งเน้นเก็บงานให้ได้ดีที่สุด

4.การปรับแต่งภาพ ช่างภาพที่มีประสบการณ์การแต่งภาพมานาน จะมีการคัด การปรับแต่งแสง มีการเล่นโทนสี ตามแนวของตนเอง ซึ่งช่างภาพแต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน เพราะไม่มีช่างภาพคนใดสามารถถ่ายภาพออกมาได้เป๊ะทุกรูป

5.ราคา ช่างภาพแต่ละท่านจะมีราคาเป็นมาตรฐานของตัวเอง ช่างภาพที่ดีต้องถ่ายภาพให้ได้ตามราคา เพื่อผลงานที่ดีมอบแก่ลูกค้า

อย่างไรก็ตามก่อนที่จะจ้างช่างควรดูผลงานให้ละเอียด เพื่อให้การถ่ายภาพที่อาจเป็นครั้งเดียวในชีวิต ให้ออกมาสวยงาม และคุ้มค่าที่สุด

คุณสามารถถ่ายรูปได้อย่างไม่เคอะเขินและไม่เป็นจุดสนใจในปัจจุบัน

Wednesday, March 25th, 2015

7

ทุกวันนี้การถ่ายรูปอาหารกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปอาหารเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือ ถ่ายรูปอาหารเพื่อลงในสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น facebook, twitter หรืออื่นๆก็ตาม แต่ไม่ทราบว่าเพื่อนๆเจอปัญหาแบบผมหรือปล่าว คือ เมื่อเราใช้กล้องจากมือถือถ่ายรูปอาหาร รูปที่ได้กลับไม่ได้ดั่งใจที่เราต้องการสื่อออกไป เพื่อกล้องในโทรศัพท์มือถือนั้นไม่สามารถถ่ายรูปได้ตามที่เราต้องการได้ และบางครั้ง (ส่วนใหญ่) แสงในร้านอาหารก็น้อยเกินไป ภาพที่ได้จากกล้องมือถือก็เต็มไปด้วยน๊อยซ์ อาหารสวยๆก็ไม่สวยดั่งใจ เรามาลองดูเทคนิคการถ่ายรูปอาหารให้ได้ดั่งใจกันนะครับ

อุปกรณ์ในการถ่ายรูปอาหารข้อนี้สำคัญมาก เพราะหากคุณต้องการถ่ายภาพอาหารให้ได้รวดเร็วและไม่เป็นที่รบกวนลูกค้าอื่นๆในร้าน คุณควรจะหลีกเลี่ยงการใช้แฟลช และการใช้ขาตั้งกล้องนั้นไม่ต้องไปนึกถึงมัน เพราะมันจะดูเอิกเกริกจนเกินไป เพราะฉะนั้นกล้องและเลนส์ดีๆ ที่สามารถถ่ายรูปในสภาพแสงน้อยได้ดี ก็เป็นตัวเลือกที่ควรจะต้องพิจารณาครับ ถ้าคุณพอจะมีงบประมาณ ลองดูกล้อง Canon EOS 600D, Nikon D3100 และเลนส์ที่ควรใช้ก็ควรเป็นเลนส์ฟิกซ์ เช่น 50 หรือ 35 มม. เป็นต้น เพราะเลนส์เหล่านี้สามารถช่วยให้คุณถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้เป็นอย่างดีครับ หรือ หากคุณไม่ชอบกล้องใหญ่ จะใช้กล้อง Canon G12, Panasonic G2 หรือ Sony Nex 5 ก็ใช้ได้เช่นกันครับ

ก่อนจะออกไปถ่ายรูปตามร้านอาหาร ขอให้เพื่อนๆลองฝึกหัดถ่ายรูปอาหารที่บ้านก่อน โดยหลีกเลี่ยงการใช้แฟลช และทำความคุ้นเคยกับเลนส์ฟิกซ์ โดยพยายามใช้ ISO ให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยที่ยังได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ยังสูงพอที่ใช้มือประคองกล้องถ่ายได้ เมื่อคุณคุ้นเคยกับการใช้งานอุปกรณ์แล้ว เมื่อไปถ่ายรูปอาหารที่ร้านอาหารจริงๆก็จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่เป็นที่รำคาญแก่ลูกค้าท่านอื่นๆในร้าน ส่วนการจัดองค์ประกอบภาพนั้น ให้ลองหาดูตัวอย่างจากนิตยสารหรืออินเตอร์เน็ท ดูเยอะๆแล้วดัดแปลงมาใช้เป็นแนวของตนเอง ลองคิดไว้ก่อนว่าคุณจะถ่ายรูปอาหารอะไร หากต้องการถ่ายมากกว่า 1 อย่าง ควรจะชวนเพื่อนไปด้วยกัน จะได้สั่งอาหารมาถ่ายรูปได้เยอะๆ และควรวางแผนไปถ่ายรูปอาหารในช่วงเวลาที่ร้านอาหารเพิ่งจะเปิดเช่น ช่วงเช้าตอนที่ลูกค้ายังไม่เยอะมาก เพื่อให้คุณสามารถถ่ายรูปได้อย่างไม่เคอะเขิน และไม่เป็นจุดสนใจมากนัก

ผู้คนสามารถเข้าถึงเครื่องมือทางด้านภาพถ่ายได้อย่างง่ายดายในปัจจุบัน

Tuesday, February 24th, 2015

16

ในปัจจุบันผู้คนสามารถเข้าถึงเครื่องมือทางด้านภาพถ่ายได้อย่างง่ายดาย ด้วยราคาอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ลดต่ำลงมา รวมกับความง่ายต่อการใช้งาน ทำให้คุณสามารถเป็นเจ้าของกล้องถ่ายภาพได้ไม่ยากนัก และในการถ่ายภาพนั้น หมวดการถ่ายภาพที่เป็นที่นิยมมากที่สุดอันหนึ่งนั่นคือ การเป็นช่างภาพกีฬา นอกจากจะทำให้ช่างภาพได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ใกล้นักกีฬา (ที่อาจชื่นชอบแล้ว) ยังสามารถต่อยอดนำภาพถ่ายเหล่านั้นไปขายสร้างเป็นอาชีพได้เลยทีเดียว และถ้าหากคุณสนใจในการเป็นช่างภาพกีฬาแล้วล่ะก็ ลองนำคำแนะนำ 6 ขั้นตอนนี้ไปปฏิบัติ ไม่แน่ว่าคุณอาจกลายเป็นช่างภาพกีฬามืออาชีพในอนาคตก็เป็นได้ รักกีฬาจงเริ่มจากความรักในกีฬานั้นๆ บางทีคุณอาจชอบไปสนามฟุตบอลเพียงเพราะต้องการดูพริตตี้ แค่ความต้องการเท่านี้ยังไม่เพียงพอ คุณต้องรักในกีฬาประเภทนั้น เช่นคุณอาจหลงใหลในกีฬาฟุตบอล หรือเป็นนักกีฬาประเภทนั้นๆด้วย ลองตอบคำถามในใจของตนเองว่ากีฬาใดคือสิ่งที่ฉันต้องการที่สุด

เตรียมพร้อมสร้างความทะเยอทะยานขั้นตอนต่อมาคือ ให้ลองมองหาช่างภาพกีฬาที่เป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพของคุณ คุณอาจลองค้นหาใน Google เพื่อหาช่างภาพกีฬาชั้นแนวหน้าของเมืองไทยหรือของโลก ดูว่าพวกขำทำอะไร อย่างไร และมีรายได้มาจากอะไร บางทีความทะเยอทะยานของคุณอาจจะเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่าช่างภาพกีฬาแต่ละคน สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนได้มากกว่า 1 ล้านบาท! ก็เป็นได้พัฒนาภาพถ่ายการแข่งขันกีฬาในทุกเกมส์การแข่งขันเมื่อคุณเลือกนักกีฬาได้แล้ว ส่วนต่อไปคือจงออกไปถ่ายภาพกีฬาในทุกการแข่งขัน มันอาจเป็นรายการเล็กๆแถวๆบ้านหรือที่โรงเรียนของคุณ หรือการแข่งขันในระดับชาติ ขอให้คุณไปทุกการแข่งขัน และถ่ายภาพให้มากที่สุด มีคนกล่าวว่า หากต้องการเป็นช่างภาพมืออาชีพโปรดถ่ายภาพให้ได้อย่างน้อย 20,000 ภาพขึ้นไป ขอให้คุณทำตามนั้น มุ่งมั่นถ่ายภาพให้ได้มากที่สุดลองขายมันข้อนี้ถือเป็นจุดเด่น ผมแนะนำว่าถ้าคุณมีภาพข่าวกีฬา หรือภาพกีฬาสวยๆสัก 200 ภาพขึ้นไป ลองสมัครเป็นสมาชิกเว็บขายภาพอาทิ shutterstock.comแล้วคุณจะรู้ว่าภาพถ่ายของคุณสามารถแปรเปลี่ยนกับมาเป็นเงินเข้ากระเป๋าคุณได้ ที่นี่มีคนขายภาพกีฬาได้เดือนละ หลายล้านบาทีเชียวเป็นอย่างไรบ้างครับ 6 ขั้นตอนนี้ผมเชื่อมั่นว่าคุณสามารถปฏิบัติตามได้อย่างแน่นอน และหากคุณทำมันอย่างจริงจังต่อเนื่อง คุณก็อาจจะเป็นหนึ่งในช่างภาพกีฬามืออาชีพชั้นแนวหน้าของเมืองไทยก็เป็นได้

Powered by WordPress | Theme by RoseCityGardens.com